วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 13

บันทึกอนุทินครั้งที่ 13
ประจำวันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2558
Knowledge
กิจกรรมCooking
วาฟเฟิล
แผนการสอนกิจกรรม Cooking วาฟเฟิล


Ingredient
 -Flour waffles
 -Egg
 -Milk
 -Water
 -ฺฺButter
Toppig
 -Corn
 -Chocolate 
 -Strawberry Jam
 -ice cream


วิธีการทำ
1.นำแป้ง ไข่ นม และน้ำใส่ภาชนะแล้วคนให้เข้ากัน(หากต้องการข้าวโพดสามารถใส่เพิ่มได้)



2.นำแป้งวาฟเฟิลที่ผสมแล้วหยอดใส่เตาอบ

3.รอ 3-4 นาทีเพื่อให้วาฟเฟิลสุก

4.ตกแต่งวาฟเฟิล


สมาชิกกลุ่มวาฟเฟิล(ผู้สอน)

1.นางสาวชณาภา คะปัญญา
2.นางสาวกัญญารัตน์  แสนโคตร
3.นางสาวเวรุวรรณ  ชูกลิ่น
4.นางสาววราภรณ์   แทนคำ
5.นางสาวรัตนาภรณ์  คงกะพันธ์

ทาโกยากิ
Ingredient
-rice 
-egg 
-crab 
-butter 
-onion 
-seaweed 
-mayonnaise

วิธีการทำ
1.ตักข้าว และ ตอกไข่ผสมกัน


2.หั่นปูอัด ต้นหอม และปรุรสด้วยซอสปรุงรส


3.ทาเนยบนเตาทาโกยากิ รอทอดประมาณ 3-4 นาทีหรือจนกว่าสีเปลี่ยน

4.ตกแต่งด้วยมายองเนสและสาหร่าย






Skills
   กิจกรรมCooking ทำให้เกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างครบครัน รู้จักการสังเกต จำแนก การวัด มิติสัมพันธ์ การสื่อความหมาย การลงความเห็น และการคำณวน และยังได้ทักษะทางสังอีกด้วย คือ การทำงานร่วมกับผู้อื่น ยอมรับความคิดเห็นของกันและกัน ความสามัคคีของหมู่คณะ
 

Apply
    การจัดประสบการณ์เสริมประสบการณ์วิทยาศาสตร์ กิจกรรมCookingเป็นกิจกรรมที่เน้รนให้เด็กลงมือกระทำด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นผู้ชี้แนะและคอยอำนวยความสะดวกให้ การทำกิจกรรมเช่นนี้จะทำให้เด็กเกิดความกระตือรือร้นอยากรู้อยากเห็น ดึงดูดการเรียนรู้ของเด็ก เนื่องจากเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเด็กนั่นเอง

Teaching methods
    อาจารย์เป็นผู้อำนวยความสะดวกให้นักศึกษาโดยการจัดเตรียมของในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ และเป็นผู้ชี้แนะแนวทางในการจัดกิจกรรม อาจารย์จะคอยดูอยู่ห่างๆและปล่อยให้นักศึกษาได้จัดการสอนกันเอง จากนั้นสรุปกิจกรรมทั้งหมด สอดแทรกคุณธรรมเรื่องการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่


Assessment    
       place : รูปแบบการนั่งเรียน นักศึกษานั่งกับพื้นเนื่องจากมีการทำกิจกรรมทำอาหารเพื่อให้สะดวกสะบาย ภายในห้องมีอุณหภูมิพอเหมาะ อุปกรณ์ต่างๆมีความพร้อมในการใช้งาน    
       Myself : เข้าเรียนตรงเวลา ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ
       Classmate : มีการให้การร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ
       Instructor : เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ  อธิบายถึงเรื่องต่างๆได้อย่างเข้าใจ

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 12

บันทึกอนุทินครั้งที่ 12
ประจำวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2558

Knowledge
วิธีการเขียนแผนการเรียนรู้
1. ตั้งวัตถุประสงค์
2. กำหนดสาระการเรียนรู้
3. เขียนกิจกรรม
      ขั้นนำ>>ขั้นสอน>>ขั้นสรุป
4. การประเมินผล
       ต้องตรงกับวัตถุประสงค์

ทักษะทางวิทยาศาสตร์

ขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์



รูปแบบการสอน 5W 1H

Who ใคร 
   คือ สิ่งที่เราต้องรู้ว่า ใครรับผิดชอบ ใครเกี่ยวข้อง ใครได้รับผลกระทบ ในเรื่องนั้นมีใครบ้าง
What ทำอะไร 
   คือ สิ่งที่เราต้องรู้ว่า เราจะทำอะไร แต่ละคนทำอะไรบ้าง
Where ที่ไหน
   คือ สิ่งที่เราต้องรู้ว่า สถานที่ที่เราจะทำว่าจะทำที่ไหน เหตุการณ์หรือสิ่งที่ทำนั้นอยู่ที่ไหน
When เมื่อไหร่
   คือ สิ่งที่เราต้องรู้ว่า ระยะเวลาที่จะทำจนถึงสิ้นสุด เหตุการณ์หรือสิ่งที่ทำนั้นทำเมื่อวัน เดือน ปี ใด
Why ทำไม
   คือ สิ่งที่เราต้องรู้ว่า สิ่งที่เราจะทำนั้น ทำด้วยเหตุผลใด เหตุใดจึงได้ทำสิ่งนั้น หรือเกิดเหตุการณ์นั้นๆ
How อย่างไร
   คือ สิ่งที่เราต้องรู้ว่า เราจะสามารถทำทุกอย่างให้บรรลุผลได้อย่างไร เหตุการณ์หรือสิ่งที่ทำนั้นทำอย่างไรบ้าง
      การใช้เทคนิค 5W1H ในการวิเคราะห์แก้ปัญหานั้น ส่วนใหญ่เราจะใช้ในขั้นตอนของการวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการตั้งคำถาม Who is it about? What happened?  When did it take place? Where did it take place? และ Why did it happen? การตั้งคำถามดังกล่าวจะทำให้เราได้คำตอบในแต่ละประเด็น แต่ละข้อของคำถาม

Skills
การเขียนแผนการเรียนการสอน

แผนการทดลงวิทยาศาสตร์ เรื่อง สีจากดอกไม้
แผนกิจกรรมCooking เรื่อง พิซซ่าหรรษา


Apply
      การเขียนแผนการจัดการเรียนการสอนเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะเป็นการวางแผนล่วงหน้าเพื่อสอน หากไม่มีแผนการสอนครูอาจจะสอนเกินหรือไม่ครบ ทำให้การเรียนการสอนนั้นไม่เป็นผลสำเร็จได้ วัตถุประสงค์ เนื้อหาที่สอน การประเมิน ต้องมีความสอดคล้องกัน 


Teaching methods
      ถาม-ตอบ อาจารย์ถามความรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เป็นการทบทวนความรู้และประสบการณ์ของผู้เรียน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้อย่างหลาย ทบทวนความรู้จากประสบการณ์เดิม ช่วยกันระดมความคิด หาข้อผิดพลาดซึ่งกันและกัน


Assessment    
       place : รูปแบบการนั่งเรียนเน้นให้ผู้เรียนได้มองเห็นผู้สอนอย่างทั่วถึง และ ผู้สอนก็สามารถมองเห็นผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง ภายในห้องมีอุณหภูมิพอเหมาะ อุปกรณ์ต่างๆมีความพร้อมในการใช้งาน      
       Myself :ยังไม่ค่อยมีความพร้อมด้านการเรียน แต่งการสุภาพเรียบร้อย
       Classmate : มีการให้การร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ
       Instructor : การสอนใช้เสียงดังชัดเจน  อธิบายถึงเรื่องต่างๆได้อย่างเข้าใจ สอดแทรกทักษะการใช้ชีวิต

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 11

บันทึกอนุทินครั้งที่ 11
ประจำวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2558
Knowledge
กิจกรรมที่ 1    ดอกไม้บาน
ลำดับขั้นการทดลอง 
1.พับกระดาษแล้วตัดให้เป็น 4 กลีบ
2.ระบายสีเพื่อเป็นสัญลักษณ์และความแตกต่างของแต่ละบุคคล
3.นำลงน้ำพร้อมกันกับเพื่อนในกลุ่มแล้วสังกต
   -ของใครจะจมน้ำก่อน
   -เพราะอะไร
   -มีลักษณะดอกเป็นอย่างไร
4.มีหนึ่งคนคอยจดบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการทดลองหลังจากนำดอกไม้ลอยน้ำแล้ว
    จากการสัเกตุ พบว่า ดอกไม้กลีบใหญ่เมื่อวางลงบนน้ำจะบานก่อนดอกไม้ของเพื่อนคนอื่นและเมื่อลอยนานๆสีที่ดอกไม้ก็จะค่อยๆละลายไปกับน้ำ


กิจกรรมที่ 2 รูไหนไหลแรง

ลำดับขั้นการทดลอง
1.นำขวดพลาสติกมาเจาะรู 3 ระดับ

2.นำเทปกาวมาติดรูทั้ง 3 แล้วเติมน้ำจนเต็ม

3.แกะเทปกาวทีละรูตามลำดับ และสังเกตการพุ่งของน้ำ



4.แกะเทปกาวพร้อมกันทุกรู และสังเกตการพุ่งของน้ำ
สรุป เปิดทีละรู -น้ำรูระดับบนสุดจะพุ่งแรงที่สุด
       เปิดพร้อมกัน-น้ำรูระดับกลางไหลแรงที่สุด
       ความแรงของน้ำแต่ละรูขึ้นอยู่กับแรงดัน

กิจกรรมที่3 น้ำพุจากขวดน้ำ


วัสดุที่ใช้ในการประดิษฐ์


เทน้ำใส่่ขวด
เมื่อเทน้ำใส่ขวด น้ำจะไหลผ่านสายยางและพุ่งออกไปทางท่อ
 สรุป -ขณะเทหากปิดขวดน้ะจะไม่พุ่งออกมา 
       - การพุ่งของน้ำขึ้นอยู่กับตำแหน่งของการวางก้อนดินน้ำมัน**
            ยิ่งวางต่ำยิ่งสูง

กิจกรรมที่ 4 เรือพลังสบู่
สรุป ความเป็นด่างของสบู่เมื่อโดนน้ำจะทำให้เกิดการเคลื่อนที่ได้

กิจกรรมที่5 ลูกยางกระดาษ
วิธีการทำ
ตัดกระดาษเป็นรูปสี่เหลี่ยวผืนผ้า>>ตัดครึ่งหนึ่งของกระดาษ>>พับชายที่เหลือขึ้นมา

นำคลิบหนีบกระดาษมาติดด้านล่าง

สรุป เป็นของเล่นที่จำลองลูกยางของจริง สอนในเรื่องลม การหมุนช้าหรือเร็วของลูกยางขึ้นอยู่กับการโยน การพับ ตำแหน่งการติดคลิปหนีบกระดาษ

กิจกรรมที่ 5 ไหมพรมเริงระบำ

สรุป ไหมพรมจะสั่นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการเป่าของแต่ละบุคคล


Skills
   ทำกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ และของเล่นวิทยาศาสตร์ คิด-วิเคราะห์ สังเคราะห์ในการเขียนสาระการเรียนรู้ และการทำ Cooking  ระดมความคิดการเขียนแผนการสอนการทดลอง และ การทำ Cooking ทักษะการสังเกต ระดมความคิดและแลกเปลี่ยนความคิดภายในกลุ่มการยอมรับความเห็นของผู้อื่น

Apply
       นำกิจกรรมต่างๆไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัย

Teaching methods
      ถาม-ตอบ อาจารย์ถามความรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เป็นการทบทวนความรู้และประสบการณ์ของผู้เรียน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้อย่างหลาย ทบทวนความรู้จากประสบการณ์เดิม มีกิจกรรมการทดลองที่มากมาย ให้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง

Assessment
       place : รูปแบบการนั่งเรียนเน้นให้ผู้เรียนได้มองเห็นผู้สอนอย่างทั่วถึง และ ผู้สอนก็สามารถมองเห็นผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง ภายในห้องมีอุณหภูมิพอเหมาะ อุปกรณ์ต่างๆมีความพร้อมในการใช้งาน
       Myself : เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจทำกิจกรรม
       Classmate : มีการให้การร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ
       Instructor : การสอนใช้เสียงดังชัดเจน  อธิบายถึงเรื่องต่างๆได้อย่างเข้าใจ

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 10

บันทึกอนุทินครั้งที่ 10
ประจำวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2558
Knowledge
เลือกของเล่นวิทยาศาสตร์คนละ 1 ชิ้น
 - สำรวจ และ ทำความเข้าใจของเล่นชิ้นั้น
 - อธิบายของเล่นชิ้นนั้น
ของเล่นวิทยาศาสตร์สอน เรื่อง แรงดัน

เป่าลูกโป่งผ่านหลอดสีชมพู>>ลูกโป่งพองขึ้นเพีบงเล็กน้อย

เป่าลูกโป่งผ่านหลอดสีเขียว>>ลูกโป่งพองขึ้นมาก


ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์
    เมื่อเป่าลมเข้าในหลอดสีเขียวความหนาแน่นของอากาศในขวดจะเพิ่มมากขึ้น ความดันอากศจึงลูงขึ้น
แรงดันอากาศที่สูงขึ้นจะดันอากาศให้ลูกโป่งขยายใหญ่ขึ้น เนื่องจากอากาศภายนอกมีมากกว่าภายใน

นำเสนอ
ของประดิษฐ์เล่น กิจกรรมการทดลอง และของเล่นเข้ามุม
มีกลุ่มดังต่อไปนี้
 


สาระที่ควารเรียนรู้ที่ทำ คือ ธรรมชาติรอบตัวเด็ก หน่วยต้นไม้แสนรัก
การประดิษฐ์ของเล่น
  - กังหันลมจากไม้ไอติม
กิจกรรมการทดลอง
  - ปลูกถั่วงอก
ของเล่นเข้ามุม
  - ขวดเมล็ดพืชชิตต่างๆ
ข้อเสนอแนะจากอาจารย์
- สามารถใช้การทดลองที่หลากหลายเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ เช่น การคายน้ำของใบไม้ การเป็นกรด-เบส การลำเลียงอาหารของต้นไม้ การทดลองสิ่งที่เพิ่มเติม คือ หากปลูกถั่วงอกในที่มีแสง-ไม่มีแสง  มีอากาศ-ไม่มีอากาศ    มีน้ำ-ไม่มีน้ำฯลฯ เพื่อให้เด็กได้รู้ถึงกสรเปรยบเทียบ การสังเกตุ เป็นการสอดคล้องกับทักษะวิทยาศาสตร์
-  ของเล่น อาจเป็นของเล่นที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ม้าก้านกล้วย ปืนกาบกล้วย นาฬิกาใบมะพร้าว
 
Skills
นำเสนอบทความเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
โดย : นางสาวสุทธิกานต์ กางพาพันธ์ เลขที่13
เรื่อง : โลกของเราดำเนินอยู่ได้อย่างไร ?
โดย : สถาบันส่งเสริมดารสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท)
    สรุป เด็กปฐมวัยไขคำตอบในวันวิทยาศาสตร์น้อย2556 โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย สสวท ได้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตั้งแต่ระดับปฐมวัยได้จัดกิจกรรมบูรณาการสหวิชาให้เด็กได้เรียนรู้ ผ่านการสืบเสาะหาความรู้ และความคิดลงมือแก้ไขด้วยประสบการณ์ตรงอย่างเหมาะสมกับวัย ช่วยกันหาคำตอบจากคำถามที่ว่า "โลกของเราดำเนินอยู่ได้อย่างไร" เนื่องจากมนุษย์เป็นผู้ใช้ทรัพยากรดิน น้ำ ลม อากาศ และพลังงานจึงมุ่งหวังให้เด็กๆตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนโดยมองเห็นประโยชน์ของทรัพยากรเหล่านี้จากการทำกิจกรรม
 

โดย : นางสาวสุทธินี โนนบริบูรณ์ เลขที่ 14
เรื่อง :สอนเด็กให้คิดเป็น
ของ : ครูพัชรา อังกูรขจร ครูชำนาญการ รร.บ้านแม่ละเมา ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
    สรุป  ได้นำแนวทางจาก สสวท.ไปจัดกิจกรรม “เด็กอนุบาลเรียนรู้วิทย์แบบบูรณาการจากการล่องแก่ง” และยังไปขยายผลสู่พี่เลี้ยง และครูฝึกปฏิบัติการสอน รวมทั้งจัดอบรมให้ผู้ปกครอง และจัดกิจกรรมในลักษณะของฐานการเรียนรู้เพื่อให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ วิธีการล่องแก่งให้ปลอดภัย และรู้จักอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันอันตรายในการล่องแก่ง กิจกรรมนี้ มีผู้ปกครองร่วมทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ นอกจากความสนุกสนานที่ได้แล้ว เด็กยังได้พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เช่น การตั้งคำถาม การคาดคะเน การสังเกต และลงความคิดเห็น ทำให้เกิดการเรียนรู้ผ่านการสืบเสาะหาความรู้อย่างง่ายๆ ที่สำคัญคือได้ตระหนักถึงคุณค่าของแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เกิดจิตสำนึกอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวในชุมชน การพัฒนาเด็กที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์และการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ควรให้เด็กได้ลงมือทำผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า โดยบูรณาการผ่านการเล่นอย่างต่อเนื่อง เด็กจะสนใจเรียนรู้อย่างมีความสุขการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่ได้ผลดีควรได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง เพราะเด็กปฐมวัยเรียนรู้ตลอดเวลาทั้งในบ้านและที่โรงเรียน ผู้ปกครองจึงต้องมีบทบาทสำคัญอีกด้วย

โดย : นางสาวเจนจิรา เทียมนิล เลขที่12
เรื่อง : สอนลูกเรื่องแม่เหล็ก
ของ : ผุ้ช่วยศาสตราจารย์บุบผา เรืองรอง
      สรุป บอกถึงการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับเรือ่งแม่เหล็ก โดยเป็นการฝึกทักษะทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยในการใช้แม่เหล็กมาเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการสอนหรือการจัดกิจกรรมให้เด็ก โดยพื้นฐานแล้วเด็กจะมีความอยากรู้อยากลอง ยิ่งมีการสอนเรื่องแปลกใหม่จะกระตุ้นความสนใจให้เรียนรู้มากขึ้น

Apply
     เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็น การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ให้เด็กนั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้และพัฒนาการทางสองไปในทางที่ดี หากมีสื่อต่างๆจะเพิ่มความสนใจให้เด็กได้อีกด้วย วัสดุต่างๆรอบตัวสามารถนำมาประดิษฐ์เป็นของเล่นได้ทั้งสิ้นขึ้นอยู่กับความคิดและจินตนาการของผู้สอน

Teaching methods
      ถาม-ตอบ อาจารย์ถามความรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เป็นการทบทวนความรู้และประสบการณ์ของผู้เรียน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้อย่างหลาย ทบทวนความรู้จากประสบการณ์เดิม เน้นการลงมือปฏิบัติจริง
ในขั้นแรกให้รู้จักเรียนรู้ด้วยตนเอง พยายามหาคำตอบด้วยตนเอง ทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างมากมายทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นความคิดของผู้เรียนนั่นเอง

Assessment
       place : รูปแบบการนั่งเรียนเน้นให้ผู้เรียนได้มองเห็นผู้สอนอย่างทั่วถึง และ ผู้สอนก็สามารถมองเห็นผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง ภายในห้องมีอุณหภูมิพอเหมาะ อุปกรณ์ต่างๆมีความพร้อมในการใช้งาน
       Myself :เข้าเรียนตรงเวลา แต่งการสุภาพเรียบร้อย ยังไม่ค่อยมีความพร้อมด้านการเรียน
       Classmate : มีการให้การร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆเป็นอย่างดี เสนอความคิดเห็นและยอมรับความเห็นของผู้อื่น
       Instructor : การสอนใช้เสียงดังชัดเจน  อธิบายถึงเรื่องต่างๆได้อย่างเข้าใจสอดแทรกการใช้ทักษะในชีวิต
 

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 9

บันทึกอนุทินครั้งที่ 9
ประจำวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2558
Knowledge
แบ่งกลุ่มกลุ่มละ 5 คนเพื่อเขียนผังความคิด
โดยแบ่งเป็นกลุ่มตามสาระที่ควรเรียนรู้
- เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
- เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก
- ธรรมชาติรอบตัว
- สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก
**แบ่งหัวข้อโดยวิธีการจับฉลาก**
หัวข้อที่ได้ คือ ธรรมชาติรอบตัว>> หน่วยย่อย เรื่อง ต้นไม้แสนรัก

Mind Mapping หน่วยต้นไม้แสนรัก 


Skills
นำเสนอโทรทัศน์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์กับเด็กปฐมวัย
โดย :  นางสาวเวรุวรรณ ชูกลิ่น  เลขที่18
เรื่อง :  กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก
โดย : ครูพงศกร  ไสยเพชร

   สรุป   กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กกระตุ้นให้เด็กเรียนรู้ด้วยของเล่นเเละการทดลองจากหลักวิทยาศาสตร์โดยของเล่นเเละการทดลองควรใช้ของที่หาได้ง่าย ๆ เพื่อให้เด็กมีโอกาสลงมือทำด้วยตนเอง โดยของเล่นที่ครูประดิษฐ์เป็นตัวอย่างให้เด็ก ๆ  มีดังนี้

ตัวอย่างที่ 1 การทดลองเรื่องเเรงลอยตัว โดยประดิษฐ์สื่อของเล่น : นักดำน้ำจากหลอดกาแฟ
           โดยที่หลอดลอยตัวได้ เพราะ มีอากาศที่ถูกกักเก็บไว้ เเรงลอยตัวเท่ากับน้ำหนักของน้ำที่ถูกอากาศแทนที่ เมื่อบีบขวดความดันภายในขวดจะเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาตรอากาศเล็กลง เเรงลอยตัวจึงลดลงตามปริมาตรอากาศ หลอดจึงจมลง เมื่อคลายมือความดันในขวดจะลดลง เมื่อความดันอากาศลดลงปริมาตรอากาศก็จะเพิ่มขึ้น เเรงลอยตัวก็เพิ่มขึ้นตามปริมาตรอากาศหลอดจึงลอยตัวขึ้น
ตัวอย่างที่ 2 ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วของอากาศเเละความดันของอากาศ
โดยประดิษฐ์สื่อของเล่น : เลี้ยงลูกด้วยลม
       
            โดยธรรมชาติของอากาศ ที่ใดอากาศไหลเร็ว ความดันอากาศเเถวนั้นจะน้อย ดังนั้นถ้าบริเวณอื่นที่อยู่รอบ ๆ มีความดันอากาศมากกว่า ก็จะมีลมวิ่งจากที่ความดันเข้าหาที่ความดันน้อยกว่า (หลักการของเบอร์นูลลี) เมื่อเราเป่าลมได้ลูกบอล แรงลมจะผลักลูกบอลให้ลอยขึ้น ลมที่โคนด้านล่างของลูกบอลจะไหลไปด้านข้าง ๆ ขึ้นไปสู่ข้างบน ทำให้มีเเรงผลักอยู่รอบ ๆ บริเวณลูกบอลที่มีลมเป่าขึ้น

ตัวอย่างที่ 3 ถุงพลาสติกมหัศจรรย์  
             ทดลองโดยการใช้ดินสอเเทงถุงน้ำพลาสติกค่อย ๆ เเทงดินสอเข้าไป เมื่อทะลุเข้าไปเเล้ว เนื้อพลาสติกที่มีโครงสร้างเป็นตาข่ายที่ขยายกว้างขึ้นจะรวบติดกับตัวดินสอทำให้น้ำไม่สามารถไหลออกมาได้
ตัวอย่างที่ 4 ความดันยกของ 
             โดยครูใช้คำถามชวนให้เด็กคิดว่าเราจะสามารถยกสมุดรวมทั้งสิ่งของต่าง ๆ ได้อย่างไร จากนั้นครูจะช่วยเด็ก ๆ คิดให้ใกล้เคียงกับความจริงโดยวางถุงพลาสติกลงบนโต๊ะเเล้วสาธิตให้เด็กดูโดยใช้สมุดวางทับเเล้วเป่าลมเข้าไปในถุงพลาสติก เมื่อลมเข้าไปอยู่ในถุงพลาสติกแล้วสมุดจะค่อย ๆ ลอยตัวขึ้น หลังจากนั้นให้เด็ก ๆ ลองทำด้วยตนเอง เเละลองสาธิตเปลี่ยนสิ่งของที่ต้องการเคลื่อนย้ายไปเรื่อย เช่น กระเป๋า โต๊ะ เก้าอี้

โดย :  นางสาววัชรี วงศ์สะอาด เลขที่17
เรื่อง :  วัยอนุบาลเรียนวิทยาศาสตร์จากสิ่งรอบตัว
 จากข่าว  Family News Today
 สรุป  ครูจะพาเด็ก ๆ สำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัวทุกเช้าหลังเข้าแถวเสร็จ  ครูจะพาเด็ก ๆ เดินสำรวจรอบ
โรงเรียน  เด็กจะได้ความเป็นนักวิทยาศาสตร์เริ่มจากการสังเกต วิธีการสอนจากการสำรวจจะเชื่อมโยงไปถึงหน่วยการเรียนรู้ในห้องเรียนด้วย เช่น คุณครูสอนเด็กเรื่อง หญ้าแฝกทำไมถึงกันดินทลายได้  ครูก็จะเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับเด็ก  และเด็กก็จะได้เรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง  เด็กได้ลองเทน้ำลงไปในดินเปล่า  และดินที่มีหญ้า  เด็กก็จะเห็นถึงความแตกต่างกัน โรงเรียนยังส่งเสริมกิจกรรมวิทยาศาสตร์โดยเริ่มต้นตั้งแต่ในครอบครัวด้วยการทำกิจกรรมในการหา คำตอบที่เป็นเหตุเป็นผลร่วมกัน เพราะครอบครัวเป็นหน่วยสำคัญที่ทำให้เด็กมีความสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น  เด็ก ๆเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตั้งแต่อนุบาล ทำให้เด็กรู้ว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องง่าย สนุกและเป็นเรื่องใกล้ตัว

โดย :  นางสาวภัทรวรรณ หนูแก้ว เลขที่16
เรื่อง :  นารีวุฒิ บ้านยักวิทยาศาสตร์
   สรุป บ้านวิทยาศาสตร์น้อย เป็นจัดการเรียนการสอนทดลองวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนอนุบาลในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยเพื่อส่งเสริมให้เด็กอนุบาล ได้รู้จักคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลไม่มีชั่วโมงการเรียน ที่เป็นการทดลองวิทยาศาสตร์ทยาศาตสอดแทรกในการเรียนสอนอยู่ในทุกวัน การทดลองนั้นจะมีอุปกรณ์ในการทดลองที่หาได้ง่าย ไม่ซับซ้อนที่เด็กสามารถทดลองทำลงมือปฏิบัติผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้ด้วยตนเองวิเคราะห์สังเกตเปรียบเทียบที่จะหาคำถามตอบครูให้ได้ กิจกรรมในการทดลองมีหลากหลายกิจกรรม เช่น ตัวทำละลายการลอยน้ำได้อย่างไร หลอดดำน้ำจม หรือลอย การกรองน้ำเกาะ มหัศจรรย์การไหลแรง และการไหลค่อยเป็นต้น  กิจกรรมต่างๆที่นำเสนอมานั้นเลขจะมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมทุกอย่าง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองพร้อมกับหาคำตอบ ข้อสงสัยและสิ่งที่อยากเรียนรู้จากการทำกิจกรรม ส่วนครูจะเป็นผู้กระตุ้นการตอบคำถามการใช้ภาษาควบคู่ไปกับทักษะทางวิทยาศาสตร์

Apply
     การเขียนผังความคิดควารเริ่มจากการกำหนดหัวข้อใหญ่แล้วค่อยๆแตกความคิดนั้นออกมาทีละน้อย ต้องมีกาจัดสรรพื้นที่ให้พอเหมาะ  สามารถแตกแขนงออกไปได้เรื่อยๆโดยไม่จำกัด หากเขียนแบบไม่คิดหรือวางแผนไว้จะทำให้ผังความคิดที่ออกมาดูลายละเอียด เนื้อหา ยากและไม่เข้าใจ รวมทั้งความคิดที่กำลังจะเกิดขึ้นมาให้นั้นไม่สามารถเขียนลงไปได้อีก อาจทำให้เราต้องหยุดความคิดลง

Teaching methods
      ถาม-ตอบ อาจารย์ถามความรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เป็นการทบทวนความรู้และประสบการณ์ของผู้เรียน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้อย่างหลาย ทบทวนความรู้จากประสบการณ์เดิม สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม อธิบายเพิ่มเติมจากการนำเสนอบทโทรทัศน์ครูที่ผู้เรียนนำเสนนอเพื่อให้เข้าใจถึงการจัดประสบการณ์อย่างแท้จริง

Assessment
       place : รูปแบบการนั่งเรียนเน้นให้ผู้เรียนได้มองเห็นผู้สอนอย่างทั่วถึง และ ผู้สอนก็สามารถมองเห็นผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง ภายในห้องมีอุณหภูมิพอเหมาะ อุปกรณ์ต่างๆมีความพร้อมในการใช้งาน
       Myself : แต่งกายเรียบร้อย เข้าเรียนตรงเวลา ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น พูดคุยเสียงดังรบกวนเพื่อน
       Classmate : มีการให้การร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ
       Instructor : การสอนใช้เสียงดังชัดเจน  อธิบายถึงเรื่องต่างๆได้อย่างเข้าใจ

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สรุปบทโทรทัศน์


สรุปโทรทัศน์ครู

เรื่อง : สอนเด็กอย่างไรให้มีจิตวิทยาศาสตร์
โดย : ครูประกายแสง เงินกร
          ครูวาสนา พรมตา 

     การสอนวิทยาศาสตร์นั้นจะทำให้เด็กช่างสังเกต พอสังเกตก็จะทำให้เกิดปัญหา แล้วปัญหาเล่านั้น ก็จะทำให้เกิดสมมติฐาน และพอมีปัญหาเกิดขึ้นแล้วเด็กก็สงสัยอยากที่จะหาคำตอบ ซึ่งในการทดลองนั้นเด็กจะชอบมากเพราะเด็กจะได้ลงมือกระทำด้วยตนเองผ่านประสบการณ์ตรงซึ่งการที่เราจะเป็นจิตวิทยาศาสตร์ได้นั้นจะต้องเป็นคนช่างสังเกต การสังเกตนั้นต้องละเอียด ถี่ถ้วน


การปลูกฝังจิตวิทยาศาสตร์ให้กับเด็ก

     คือเราต้องทำอย่างไรให้เด็กรักในวิทยาศาสตร์ ไม่เบื่อ อยากเรียน อย่างรู้อยากเห็น มีความสนใจซึ่งการสร้างจิตวิทยาศาสตร์ให้เด็กนั้นทำได้โดย 
สร้างบรรยากาศในการเรียนการสอน คือ การเตรียมอุปกรณ์ในการทดลอง ขั้นนี้เด็กจะเกิดการอยากรู้อยากเห็น รู้จักสังเกต อยากถามเกี่ยวกับอุปกรณ์
การวัดผล
-สังเกตหลังจากที่สอนว่าเด็กมีความสนใจเนื้อหา สนุกในการเรียนการสอน หรือไม่
-สัมภาษณ์ผู้ปกครองว่าเด็กเป็นอย่างไรเมื่ออยู่ที่บ้าน
     ธรรมชาติของเด็กจะเป็นคนขี้สงสัย ชอบถามว่า ทำไม ทำไม ทำไม แต่ถ้าเด็กคนไหนที่ไม่จิตวิทยาศาสตร์จะไม่ค่อยถาม เรียนไม่สนุก ดังนั้นเราควรเรียนรู้จากสิ่งที่ใกล้ตัวเด็ก เด็กสามารถเห็นได้จริง ทดลองได้จริง
การเตรียมตัวของครูผู้สอน

-การสอนแบบบรรยาย ครูต้องมีเทคนิคในการสอน ครูต้องมีการเตรียมความพร้อม เนื้อหาต้องสั้น  กะทัดรัด และเกิดความเข้าใจ เพราะถ้าเราพูดนาน ๆ เด็กจะเบื่อ เนื่องจากเด็กมีสมาธิที่สั้น               
-การทดลอง เด็กจะตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็น เกิดข้อสงสัย เด็กจะเรียนรู้จากการกระทำของเขาเอง
การสร้างบรรยากาศ/การวางแผน
     ถ้าวางแผนไม่ดีเด็กจะไม่สนใจ การวางแผนที่ดี คือ ชื่อเรื่อง ต้องมีสิ่งเร้า ซึ่งสิ่งเร้า เด็กต้องสามารถหาหนทางแก้ไขปัญหาให้กับเราได้
    

     เด็กสามารถเรียนรู้โดยทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์คือต้องชั่งสังเกต พอเกิดการสังเกต ก็จะเกิดปัญหา เด็กต้องรวบรวมปัญหาเพื่อเป็นการตั้งสมมติฐาน เป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นการฝึกให้เด็กเกิดการคิดวิเคราะห์ ในการทดลอง เราไม่ควรไปตีกรอบผลการทดลอง ซึ่งถ้าทดลองเสร็จแล้วให้เด็กแต่ละกลุ่มออกมารายงานผล เพื่อเป็นการสรุปผลซึ่งในการทดลองจะทำให้เด็กได้เกิดกระบวนการกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนอีกด้ว

บันทึกอนุทินครั้งที่ 8

บันทึกกบันทึกอนุทินครั้งที่ 8
ประจำวันอังคารที่ 29 กันยายน 2558
งดการเรียนการสอน
เนื่องจากมีการสอบกลางภาคเรียนที่ 1/2558